วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ข้อจำกัดในการฝึกโยคะ

การฝึกโยคะนั้นอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้นผู้ฝึกจะต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวัง ๐อุ่นร่างกาย(watm-up)ต้องทำก่อนการฝึกทุกครั้ง เช่น ท่าวอร์มแขน ท่าไหว้พระอาทิตย์ ฯลฯ ๐ควรศึกษาท่าบริหารแต่ละท่าให้เข้าใจดีก่อนลงมือฝึก ๐เริ่มฝึกช้าๆแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าเร่งอย่าฝืน ให้หยุดพักด้วยท่าผ่อนคลาย ท่าหงายจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้นจึงฝึกต่อ ๐อย่าฝึก "ท่าห้าม" (ที่มีปัญหาจากโรคประจำตัวหรือมีปัญหาเรื่องกระดูก) ๐ ถ้าไม่เข้าใจการฝึกดีพอ และอยากมีครูแนะนำ ควรหาครูฝึกที่ได้มาตรฐานและผ่านการอบรมมาอย่างดี เตรียมตัวก่อนการฝึกโยคะ ไม่ว่าเราจะทำอะไร ทั้งในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมพิเศษจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งนี้ก็ให้กิจกรรมนั้นๆ ประสบผลสำเร็จสูงสุด การฝึกโยคะก็เช่นกัน การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยให้การฝึกเป็นไปอย่างราบรื่น1.ไม่กินอาหารอิ่มเกินไป ควรฝึกก่อนหรือหลังอาหารอย่างน้อย 1-2 ชม.2.ร่างกายไม่อ่อนเพลียง่าย หิวมาก หนาวมาก ร้อนมาก หรือเป็นไข้และควรขับถ่ายให้เรียบร้อยก่อนการฝึก3.สตรีมีครรภ์ตั้งแต่4เดือนขึ้นไป สามารถฝึกโยคะได้ภายใต้การควบคุมของครูฝึกที่มีประสบการณ์ และสตรีที่อยู่ในช่วงมีรอบเดือน (เฉพาะวันมามาก) ห้ามฝึก4.ผู้ผ่านการผ่าตัดไม่เกิน 6เดือนหรือผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ฝึก5.แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสบายๆเช่นเสื้อยึด กางเกงขายาว หรือขาสั้น (ชุดออกกำลังกาย)ไม่รัดแน่นจนเกินไป6.ไม่สวมแว่นตา นาฬิกาและเครื่องประดับต่างๆ7.สถานที่สะอาด และสงบ8.เวลาฝึกควรเป็นช่วงเช้าก่อนทานอาหาร ถ้าเป้นช่วงบ่าย ควรหาที่สบายๆไม่ร้อนจนเกินไป9.ฝึกท่าวอร์มร่างกายก่อนทุกครั้ง และควรทำซำ 3-5ครั้งขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคล10.ถ้าเกิดอาการเจ็บปวด ให้หยุดฝึกทันที แล้วนอนหงายผ่อนคลายอาการเจ็บปวด11.ก่อนจบการฝึกทุกครั้ง ต้องจบด้วยท่าศพอาสนะ โดยให้หายใจเข้าลึก และหายใจออกยาว ๆ ทำซำ ๆ ประมาณ30-40 รอบ12.ก่อนลุกขึ้นจากท่านอนควรพลิกตะแครงตัวจากท่านอนเป็นท่านั่งทุกครั้ง ป้องกันการปวดหลัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น