วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โยคะเพื่อสุขภาพ


โยคะ ไม่ใช่ศาสตร์ลึกลับ ไม่ใช่เวทมนต์คาถาหรืออภินิหารใดๆแต่โยคะเป็นศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเหตูและผลที่ทุกคนสามารถศึกษาด้วยตัวเองโยคะศาสตร์ ถูกถ่ายทอดเมื่อประมาณ 5,000-6,000 ปีมาแล้วโดยมีท่านมหาโยคีปตัญชลีเป็นผู้รวบรวมรูปแบบต่างๆของโยคะ เรียกว่า" โยคะสูตร "คำว่า "โยคะ"มาจากภาษาสันสกฤต คือ ยุชิร หรือ ยุช แปลว่าการผูกมัดหรือรวมกันตามนิยามของโยคะหมายถึงการเพ่งเล็ง หรือการใช้สมาธิเพื่อควบคุมการแปลปรวนของจิตให้สงบนิ่ง ปรัชยาแห่งโยคะคือการเพ่งเล็งหรือการทำสมาธิให้จิตสงบสุขโยคะมีท่วงท่ารูปแบบ แต่ที่แพร่หลายและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ หฐโยคะ (Hatha yoga) "หะ" แปลว่าดวงอาทิตย์ ฐะ แปลว่า จันทร์ ซึ่งเป็นการปฏิบัติโยคะที่เน้นถึงความสมบูรณ์ของร่างกายก่อนที่จะเข้าถึงชั้นจิตใจ โยอาศัยหลักการที่ว่า ร่างกายเป็นรากฐานอันแท้จริงของจิตใจ เมื่อร่างกายแตกดับจิตก็ย่อมดับด้วย ดังนั้นร่างกายอ่อนแอ ย่อมเป็นการยากที่จะมีจิตใจแข็งแกร่ง การฝึกโยคะให้มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแกร่ง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือให้มีสุขภาพดี เรียกว่าอาสนะโยคะ หรือโยคะสนะ อาสนะ แปลว่า ท่าทาง และชื่อของโยคาสนะแต่ละท่า ส่วนมากมีที่มาจาก ชื่อสัตว์ เช่น ท่ากระต่าย ท่างูท่าตั๊กแตน ท่านกยูง ท่าแมงป่อง เป็นต้นสันนิษฐานว่า เป็นของโยคีเรียนรู้และสังเกตุธรรมชาติและการเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆแล้วนำมาดัดแปลงเป็นท่าโยคะ โยคาสนะ ถือเป็นกายภาพบำบัดชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเติมส่วนที่เสียสึกหรอ หรือบกพร่องของร่างกายให้กลับคืนสู่ภาวะปกติดังเดิม แม้โยคะจะไม่ใช่ยาวิเศษ หรือไม่มีคุณค่าทางรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่โยคะก็เป็นธรรมชาติบำบัดที่สามารถจัดระบบการทำงานของร่างกายให้เข้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ก็ยากที่โรคภัยไข้เจ็บจะมาเบียดเบียน รวมถึงอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้าจากการใช้งานส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป ก็จะหายขาดได้ด้วยการปฏิบัติ โยคะ แม้ปัจจุบัน โยคะ จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่า การฝึกโยคะ ใช่กันว่าจะฝึกกันได้ทุกคนผู้ที่จะฝึกโยคะได้จะต้องมีความสามารถพิเศษ แบบคนเหนือคน บ้างก็เข้าใจว่าโยคะเป็นเรื่องปรัชญาของทางศาสนา เป็นปาฏิหาร เป็นการบำบัดโรค และ เป็นการออกกำลังกาย แท้จริงแล้ว ทุกคนสามารถฝึกและเข้าถึงประโยชน์แห่งโยคะได้ เพียงแค่ต้องทำด้วยความตั้งใจจริง

1 ความคิดเห็น: